วัสดุกันซึมโพลีเมอร์ซีเมนต์ 2 ส่วนผสม (2-Component Polymer Cement Waterproofing) คือวัสดุกันซึมระดับพรีเมียมที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของกันซึมซีเมนต์เบสทั่วไป โดยนำเอาจุดเด่นของซีเมนต์ ซึ่งมีความแข็งแรงและยึดเกาะสูง มารวมกับคุณสมบัติของสารโพลีเมอร์เหลว (Liquid Polymer) ที่ให้ความยืดหยุ่นและทนต่อรอยแตกร้าว
ระบบ 2 ส่วนผสมนี้ประกอบด้วย ส่วน A (Liquid Component) ซึ่งเป็นน้ำยาโพลีเมอร์อิมัลชัน และ ส่วน B (Powder Component) ซึ่งเป็นผงซีเมนต์ผสมสารเคมีพิเศษ เมื่อนำทั้งสองส่วนมาผสมกันในอัตราส่วนที่กำหนด จะได้วัสดุที่มีทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่นในชิ้นเดียว
จุดเด่นสำคัญ : ระบบ 2 ส่วนผสมช่วยให้ควบคุมคุณสมบัติของวัสดุได้แม่นยำกว่าชนิด 1 ส่วนผสม เนื่องจากอัตราส่วนการผสมส่งผลโดยตรงต่อระดับความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และประสิทธิภาพกันซึมของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

วัสดุกันซึมโพลีเมอร์ซีเมนต์ 2 ส่วนผสมถูกออกแบบให้ใช้ได้กับพื้นที่หลากหลายประเภท โดยสามารถปรับอัตราส่วนผสมให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพการใช้งาน
| พื้นที่ใช้งาน | รายละเอียดและคำแนะนำ |
|---|---|
| ห้องน้ำ | ทาพื้นและผนังก่อนปูกระเบื้อง ความหนา ให้ความสำคัญบริเวณมุมและรอยต่อพิเศษ |
| ห้องครัว | ป้องกันน้ำใต้อ่างล้างจาน รอบท่อน้ำ และพื้นที่เปียกชื้น |
| ห้องซักล้าง | ทนต่อสารซักล้าง น้ำสบู่ และความชื้นสูง |
| ระเบียงและชานบ้านชั้นบน | ป้องกันน้ำซึมลงชั้นล่าง รองรับการขยายตัวจากความร้อน |
| พื้นชั้นล่างบนดิน | ป้องกันความชื้นจากดิน ทาก่อนหล่อพื้นหรือปูกระเบื้อง |
| พื้นที่ใช้งาน | รายละเอียดและคำแนะนำ |
|---|---|
| ดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีต | ระบบที่นิยมมากที่สุด รองรับการขยายตัว ควรมีชั้น UV เซรามิกโค้มติ้งป้องกันทับหน้า |
| ผนังด้านนอกอาคาร | ป้องกันฝนซึม ความชื้นในอากาศ และ Salt Attack ในพื้นที่ชายทะเล |
| พื้นลานจอดรถกลางแจ้ง | ใช้ชนิดแข็งแรงสูง ทนต่อน้ำหนัก ควรมีชั้นกันลื่นทับ |
| กำแพงกันดิน | ทนแรงดันน้ำใต้ดินทั้งบวกและลบ |
| รอยต่ออาคาร (Building Joint) | ใช้ร่วมกับ Sealant เทปกันซึม และ Fiber Mesh เสริม |
| พื้นที่ใช้งาน | รายละเอียดและคำแนะนำ |
|---|---|
| สระว่ายน้ำ | ต้องใช้ชนิดทน Chlorine และผ่านมาตรฐานน้ำสัมผัสมนุษย์ ทา 3–4 ชั้น |
| สปาและ Jacuzzi | ทนต่ออุณหภูมิน้ำร้อน 40–45°C และสารเคมีบำบัดน้ำ |
| ถังเก็บน้ำใต้ดิน | ต้องใช้ชนิด Non-Toxic (NSF) ป้องกันแรงดันน้ำสูง ทนต่อการแช่น้ำถาวร |
| ถังเก็บน้ำดื่ม | ต้องผ่านการรับรอง WHO / NSF/ANSI 61 ปราศจากสารก่อมะเร็ง |
| ห้องใต้ดิน (Basement) | ระบบ Tanking ทนแรงดันน้ำใต้ดิน |
| อุโมงค์และท่อระบายน้ำ | ทนต่อการสัมผัสดิน น้ำใต้ดิน และการสั่นสะเทือนจากการจราจร |
| บ่อบำบัดน้ำเสีย | ต้องเลือกชนิดทนกรดและด่าง |
| ห้อง Cold Storage / ห้องเย็น | ทนต่ออุณหภูมิต่ำ การแช่แข็ง-ละลายซ้ำ |

การปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพระยะยาวของระบบกันซึม
ทำความสะอาดพื้นผิวด้วยการพ่นน้ำแรงดันสูง กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน และวัสดุที่หลุดล่อน อุดรอยแตกขนาด > 0.5 มม. ด้วยวัสดุอุดก่อน ทำให้พื้นผิวชื้น (Saturated Surface Dry) ห้ามมีน้ำขัง
เทส่วน A ลงในภาชนะผสมก่อน แล้วค่อยเทส่วน B ลงขณะกวน ผสมด้วยเครื่อง Low-Speed Mixer นาน 3–5 นาที จนเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ภายใน Pot Life 30–60 นาที
ทาชั้นแรกด้วยแปรง ความหนา 0.5–1.0 มม. รอ Touch Dry 2–4 ชั่วโมง แล้วทาชั้นที่ 2 ในทิศทางตั้งฉากกับชั้นแรก ทา 3 ชั้นสำหรับพื้นที่เสี่ยงสูง
บ่มด้วยการพรมน้ำเล็กน้อย 2–3 วันแรก ป้องกันแดดและลมแรง ทดสอบด้วยการขังน้ำ (Flood Test) 24–48 ชั่วโมง รอแข็งตัวเต็มที่ 7–14 วัน ก่อนเปิดใช้งาน
วัสดุกันซึมโพลีเมอร์ซีเมนต์ 2 ส่วนผสม (2-Component Polymer Cement Waterproofing) ถือเป็นหนึ่งในระบบกันซึมที่ครบเครื่องและหลากหลายที่สุดในวงการก่อสร้างยุคปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการปรับอัตราส่วนผสมให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ใช้งานจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ระบบนี้แตกต่างจากกันซึมชนิดอื่น คือการรวมเอาความแข็งแรงของซีเมนต์เข้ากับความยืดหยุ่นของโพลีเมอร์ ให้ได้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าทั้งสองส่วนเมื่อใช้แยกกัน นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถทาทับหรือปูกระเบื้องทับได้โดยตรงสำหรับโครงการขนาดใหญ่หรือมีความซับซ้อนสูง ควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านระบบกันซึมเพื่อออกแบบระบบที่เหมาะสมที่สุด
คำแนะนำ : การลงทุนในระบบกันซึมคุณภาพสูงตั้งแต่แรกจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมระยะยาว ซึ่งโดยทั่วไปค่าซ่อมแซมโครงสร้างที่เกิดจากการรั่วซึมจะสูงกว่าค่าติดตั้งระบบกันซึมที่ดีมีคุณภาพมากกว่า 5–10 เท่า
| Today | This Month | Total | |||
| 351 | 6744 | 477671 |